CORPORATE SOCIAL RESPONSIBILITY (CSR) ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน

Corporate Social Responsibility (CSR) คือ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ทุกองค์กรพึงตะหนัก เพราะจะทำให้ลูกค้ามีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ให้การสนับสนุนและเกิดความรู้สึกเชิงบวก เมื่อได้ยินหรือเห็นสินค้าและบริการขององค์กรนั้นๆ  อันนำมาซึ่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทัศคติที่ดีต่อองค์หรือแบรนด์สินค้าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถสร้างได้ง่ายๆ แม้จะมีงบโฆษณาจำนวนมากที่สามารถสร้างกระแสการรับรู้ได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ไม่ได้หมายความว่างบโฆษณาเหล่านั้นจะทำให้ผู้บริโภคมีทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์ ยิ่งหากแบรนด์ใดไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำประชาสัมพันธ์ และการทำกิจกรรมเพื่อสังคม และวันหนึ่งเกิดข้อผิดพลาดในสินค้า หรือถูกกระแสมือมืดโจมตี ชื่อเสียงของแบรนด์ก็อาจพังลงได้ แต่หากแบรนด์ใดมีกลุ่มผู้บริโภคมีทัศคติที่ดีต่อแบรนด์ เข้าใจและคอยสนับสนุน กระแสการถูกโจมตีก็จะเบาลง หรือขณะเดียวกัน กลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชมในแบรนด์จะเป็นกลุ่มที่คอยปกป้องและโต้แย้งแทนคุณก็เป็นได้ เหมือนเหล่าแฟนคลับดาราที่คอยออกมาปกป้องดาราที่ตนชื่นชอบ CSR ไม่ใช่กิจกรรมสร้างภาพที่ถือป้ายถ่ายรูปแล้วจบ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม การคิดแคมเปญ CSR ต้องคำนึงเอกลักษณ์หรือความเป็นตัวตนขององค์กร หรือ แบรนด์ นั้นๆ ว่าเหมาะกับกิจกรรมใด เพื่อเป็นส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับองค์กรและธุรกิจที่ทำอยู่ อีกทั้งสามารถต่อยอดทำอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพราะการเปลี่ยนแปลงกิจกรรรม CSR บ่อยครั้งและทำไม่ต่อเนื่อง อาจทำให้ผู้บริโภคจำเอกลักษณ์ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั้นขององค์กรไม่ได้ งาน CSR เป็นงานที่สะท้อนเจตนารมณ์ขององค์กรไปยังสังคมและสิ่งแวดล้อม มิใช่กิจกรรมที่ทำครั้งเดียวแล้วถ่ายรูปส่งข่าวแล้วบอกว่าตนกำลังทำเพื่อสังคมเพียงเท่านั้น แต่เป็นการสะท้อนถึงจิตวิญญาณที่แท้จริงขององค์กรที่มุ่งหวังสร้างประโยชน์ แก้ไข และทำให้ดีขึ้น เมื่อองค์กรทำ CSR ด้วยใจ สิ่งที่จะได้รับกลับมาก็คือใจของผู้บริโภค องค์กรใดที่ควรทำกิจกรรม CSR การทำกิจกรรม CSR...

การประชาสัมพันธ์เชิงรุกในยุคดิจิทัล(Digital PR Planning and Management)

งานประชาสัมพันธ์ช่วยนำเสนอคุณค่าขององค์กรและแบรนด์สินค้า อันนำมาซึ่งความน่าเชื่อถือ  ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเข้าใจอันดีระหว่างองค์กรหรือแบรนด์สินค้ากับกลุ่มผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณค่าของแบรนด์ที่มาช่วยตอบโจทย์และเติมเต็มไลฟ์สไตล์ และนำไปสู่การซื้อสินค้าและบริการ หรือ ความร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร  ทั้งยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กรและแบรนด์สินค้า นอกจากนี้งานประชาสัมพันธ์นับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือการสื่อสารการตลาดที่ช่วยกำจัดแหล่งเข้าใจผิด ช่วยลบล้างปัญหาในภาวะวิกฤติอีกด้วย สื่อยุคดิจิทัลช่วยให้สื่อสารงานประชาสัมพันธ์ได้เร็วขึ้น  เนื่องจากช่องทางการสื่อสารทางออนไลน์สามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว และมีการสืบค้นข้อมูลได้อย่างทันท่วงทีจากระบบสืบค้นข้อมูล (Search engine) ขณะเดียวกันวงการสื่อมวลชนยังแข่งขันได้การสำเสนอข่าวที่รวดเร็วผ่านการถ่ายทอดสด ทางช่องทางโซเซียลมีเดียและเว็บไซต์ควบคู่กับการนำเสนอข่าวผ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสารด้วย เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล และเพื่อให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์การรับข่าวสารที่แตกต่างของกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้แล้วยังมีสื่อออนไลน์ใหม่ๆ แจ้งเกิดมากมาย รวมถึงเหล่าผู้มีอิทธิพลในการโน้มน้าวและการประชาสัมพันธ์สินค้า (Influencer) และเน็ตไอดอลที่แจ้งเกิดจากสื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น ดั้งนั้นการทำประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิตอล นอกจากจะโฟกัสการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรมต่างๆ ไปยังสื่อหลักแล้ว ยังต้องเพิ่มช่องทางการสื่อสารไปยังสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ( Social media) ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และสร้างคอมมูนิตี้ของกลุ่มคนที่เป็นแฟนคลับองค์กรขึ้นมาด้วย เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารข่าวสารขององค์กร บริษัท แอป คอมมูนิเคชั่น จำกัด ที่ปรึกษาด้านงานประชาสัมพันธ์เชิงรุกในยุคดิจิทัล  มุ่งเน้นการทำประชาสัมพันธ์ที่ช่วยนำเสนอคุณค่าขององค์กรและแบรนด์สินค้า ผ่านการนำเสนอทิศทางการบริหารองค์กร ข้อมูลเกี่ยวข้องกับการบริการ การส่งเสริมด้านการตลาดและการขาย รวมถึงกิจกรรมขององค์กรและบทบาทหน้าที่ทางสังคม อันนำมาซึ่งความน่าเชื่อถือ เมื่อผู้บริโภคเชื่อมั่นในสินค้าและบริการแล้ว โอกาสที่ผู้บริโภคจะสนับสนุนสินค้าและบริการทั้งทางตรงและทางอ้อมก็จะตามมา อีกทั้งยังจะเป็นกลุ่มคนที่ช่วยประชาสัมพันธ์องค์กรแบบปากต่อปากไปยังบุคคลอื่นๆ อีกด้วย โดย บริษัท แอป คอมมูนิเคชั่น จำกัด เน้นการใช้เครื่องมือการทำประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิทัลที่หลากหลายดังนี้...

“SEM” ทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเตอร์เน็ต

“SEM” คืออะไร “SEM” ย่อมาจากคำว่า “Search Engine Marketing” หมายถึง การทำการตลาดบนเครื่องมือการค้นหาผ่านทางอินเตอร์เน็ต บนหน้าแสดงผลการค้นหน้า ( Search Result Page )  เพื่อให้ผู้ใช้งาน Search Engine ค้นพบเว็บไซต์ สินค้า หรือบริการ จึงช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ และเพิ่มโอกาสในการขายมากยิ่งขึ้น  การทำ SEM ประกอบด้วยการทำงาน 2 ขั้นตอน คือ SEO (Search Engine Optimization) คือ เครื่องมือที่ช่วยให้เวปไซต์ติดอันดับต้นๆของการค้นหาแบบธรรมชาติ ที่เรียกว่า Organic Searchซึ่งในเวปไซต์จะต้องมีคีย์เวิร์ด (Keywords) ที่ตรงกับคำค้นหา รวมถึงระบบหลังบ้านของเวปไซต์ที่ปรับแต่งโครงสร้างของเวปไซต์เพื่อให้แสดงผลได้ง่าย รวมถึงมีไฟล์ภาพหรือวีดีโอที่ไม่หนักจนเกินไป นอกจากนี้แล้วการสร้าง Backlink ไว้ในเวปไซต์ที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจคุณจะช่วยดึงทราฟฟิกมายังเวปไซต์ได้อีกด้วย แม้ว่าการทำ SEO ค่อนข้างใช้เวลาและใช้ทักษะในการสร้างคอนเทนส์เชิงคุณภาพพอสมควร แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็นับได้ว่าคุ้มค่ากับการลงทุน   Adwords คือ การจ่ายค่าโฆษณาเพื่อให้เวปไซต์ติดอันดับต้นๆ ของการค้นหา เพื่อช่วยให้การทำ SEO ติดอันดับให้เร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเห็นสินค้าและบริการของคุณได้ง่ายขึ้น โดยเสียค่าบริการแบบ...

เพิ่มยอดขายกับ Google Adwords ด้วยทุนหลักร้อย

  การที่จะเพิ่มยอดขายออนไลน์ได้ก็ต้องทำให้ลูกค้าในโลกออนไลน์รู้จักสินค้าและบริการของเราก่อนโดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในส่วนของออฟไลน์และออนไลน์ ในบทความนี้จะขอพูดเฉพาะในส่วนของออนไลน์ นั้นคือการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ด้วยการทำ Google Adwords Adwords เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่นักการตลาดออนไลน์ต้องทำความรู้จักให้ดี และรู้จักวิธีการในการใช้งานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ่มค่ากับเงินที่จ่ายไป   Adwords คืออะไร Adwords คือ บริการการทำโฆษณาจากการ Search Engine โดย Google เพื่อดันสินค้าและบริการของคุณไปแสดงอยู่หน้าแรกของ Google เมื่อมีคนค้นหาจาก Keywords ที่ต้องการทราบและ Keywords นั้นต้องตรงกับ Keywords ในข้อความโฆษณาของคุณด้วย ผนวกกับปัจจัยด้านการประมูล(Bidding) ค่าโฆษณา ถ้ามีการประมูลราคาที่สูงกว่าคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน และมีการทำ SEO ในบทความที่มี Keywords กลุ่มคำเดียวกันในคำค้นหา และมีการทำ SEO website structure ที่ดีก็ยิ่งจะทำให้ Google ประเมินคุณภาพ ทั้งด้านการประมูล (Bidding) คีย์เวิร์ด (Keyword) และคอนเทนส์ที่มีคุณภาพ (Quality of content) ซึ่งเวปไซต์ใดที่ทำได้ดีและมีคะแนนสูงสุด เวปไซต์นั้นก็จะถูกดันโฆษณามาแสดงเป็นอันดับ 1...

รู้เขารู้เราจับลูกค้ายุค 4.0 ให้อยู่หมัดด้วยการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย (Target Audiences analysis)

รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง สำนวนคลาสสิคแต่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย (Target Audiences analysis) ก็คือการวิเคราะห์ว่าลูกค้าเป้าหมายของเราคือใครและต้องการอะไร โดยมี 4 ปัยจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค ได้แก่ ปัยจัยด้านประชากรศาสตร์ (demographic factor)  เช่น อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ รูปแบบการดำเนินชีวิต ปัยจัยทางด้านจิตวิทยา (Psychological factor) เช่น การจูงใจ การรับรู้ การเรียนรู้ ความเชื่อ ทัศนคติ ปัยจัยทางด้านวัฒนธรรม (Cultural Factor) เช่น วัฒนธรรมหลัก วัฒนธรรมย่อย ชั้นทางสังคม ปัยจัยทางสังคม ( Social Factor) เช่น กลุ่มอ้างอิงจากรีวิวและบุคคลอื่นๆ  กลุ่มครอบครัว ผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ หรือมีอิทธิพลต่อการซื้อ รวมถึงบทบาทและฐานะทางสังคม ปัจจัยทางการตลาด (Marketing factor) เช่น ผลิตภัณฑ์และลักษณะเฉพาะพิเศษของผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคต้องการ ราคา ช่องทางการจำหน่าย การส่งเสริมการตลาด นอกจากนี้...

5 ขั้นตอนพิชิตการตลาดออนไลน์

มีนักการตลาดหลายท่านสอบถามมาว่า ต้องทำการตลาดยุคดิจิตอล (Digital Marketing) อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ?   ความสำเร็จวัดได้หลายด้าน ทั้งด้าน การรับรู้ (Awareness)และการเติบโตของยอดขาย (Sale growth) แต่ก่อนที่จะก้าวไปถึงความสำเร็จดังกล่าว นักการตลาดออนไลน์ต้องทุ่มเทและใส่ใจในรายละเอียดในทุกๆขั้นตอนในการทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งwww.appdigibiz.comได้รวบรวมขั้นตอนสำคัญ ในการพิชิตการตลาดออนไลน์ไว้ดังนี้ 1.การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย (Target Audiences analysis) กลุ่มเป้าหมายคือสิ่งสำคัญที่นักการตลาดทุกคนต้องการให้กลุ่มคนเหล่านี้มารู้จักในแบรนด์ เข้าใจสินค้าและบริการ รักและเชื่อมั่น และยินดีที่ซื้อสินค้า หากแบรนด์ไหนทำได้ นับได้ว่าประสบความสำเร็จในการทำการตลาด ซึ่งแต่ละกลุ่ม แต่ละวัย แต่ละอาชีพ แต่ละสังคม ย่อมมีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน 2.คีย์เวิร์ด (Keywords) คือ คำค้นหา ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปิดประตูไปสู่เวปไซต์ หรือ หน้าเพจ ของคุณ ฉะนั้นการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายในข้อ1และวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่กลุ่มเป้าหมายค้นหาจะช่วยให้สินค้าและบริการของคุณถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นนั่นเอง 3.SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization คือ การทำให้สินค้าและบริการในเวปไซต์ (Website) หรือโซเซี่ยลมีเดีย (Social Media ) เช่น เฟสบุ๊ค...

Scroll to top